Give us a Call
+6622772893
Send us a Message
Baac.contact@gmail.com
Opening Hours
Open Daily Until 8:00PM

ในร่างกายมนุษย์ ประกอบด้วยเซลล์ต้นกำเนิดจำนวนหลายล้านเซลล์ รวมเป็นอวัยวะแล้วทำหน้าที่ต่างๆ กัน เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เซลล์ต้นกำเนิดมีการเสื่อมสภาพ ความสามารถในการสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนและฟื้นฟูลดน้อยลงไปเรื่อยๆ รวมทั้งสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยมลพิษและสารเคมีมากมาย กระตุ้นให้เซลล์ถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ความชราและโรคร้ายแรงก็จะมาถึงก่อนวัยอันควร

เซลล์ (Cell) เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่งมีชีวิต ร่างกายมนุษย์มีเซลล์ที่แตกต่างมากมายหลายชนิดและทำหน้าที่ต่างกัน แต่ละเซลล์มีความสำคัญต่อทุกระบบโครงสร้างของร่างกาย ช่วยในการสร้างและซ่อมแซม ผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูก อวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น การเต้นของหัวใจ การคิดในสมอง การกรองเลือดในไต หรือการทดแทนเซลล์ของผิวหลังจากที่เซลล์เก่าผลัดออกไป

 

เซลล์คืออะไร
ร่างกายของเรามีจุดกำเนิดจากเซลล์เริ่มต้นหน่วยเล็กๆ เพียงหนึ่งเซลล์ แล้วเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้นจนเป็นเซลล์นับล้านๆ เซลล์ ที่สร้างเป็นอวัยวะส่วนต่างๆ เซลล์เริ่มต้นหน่วยเล็ก ๆ นี้ ถือเป็นต้นกำเนิดของชีวิตเซลล์เรา ทำหน้าที่ดูแลร่างกายให้ทำงานได้เป็นปกติ สามารถเพิ่มจำนวนและเสื่อมสลายไป แล้วก่อตัวขึ้นใหม่ได้เองโดยอัตโนมัติ แต่ด้วยปัจจัยต่างๆ ทั้งรูปแบบการใช้ชีวิต การรับประทานอาหาร การใช้ยา รวมถึงอายุที่เพิ่มขึ้น ทำให้เซลล์ที่สร้างขึ้นใหม่เสื่อมถอยลง นานวันเข้าเซลล์จะเริ่มทำงานผิดปกติ ส่งผลกับระบบอวัยวะต่างๆ จนกลายเป็นที่มาของโรคและความผิดปกติต่างๆ ในที่สุด ซึ่งปัจจัยส่วนใหญ่ล้วนมาจากพฤติกรรมการละเลย และขาดการเอาใจใส่สุขภาพของเรานั่นเอง

เมื่อโรคต่างๆ เกิดขึ้นในร่างกาย การรักษาตามอาการด้วยการใช้ยาและเคมีเพียงอย่างเดียว ซึ่งมุ่งเน้นเพื่อระงับอาการ ไม่สามารถเข้าไปรักษาถึงต้นตอสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงได้ นั่นก็คือ “เซลล์” เซลล์ที่เปลี่ยนไปก่อให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติ วงการแพทย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป จึงเริ่มหันมาให้ความสนใจศึกษาค้นคว้าถึงการดูแลรักษาสุขภาพแบบเซลล์บำบัด (Live Cell Therapy) เพื่อให้เป็นการรักษาทางเลือกใหม่ และเป็นการรักษาแบบองค์รวม (Holistic Medical) ในการฟื้นฟูสุขภาพร่างกายให้กลับคืนความแข็งแรง คือฟื้นฟูอวัยวะทุกส่วนที่เกี่ยวข้องไปพร้อมๆ กัน โดยการนำ Live Cell เข้าไปทดแทนและเสริมสร้างเซลล์ที่บกพร่อง กระตุ้นให้เกิดการรักษาและฟื้นฟูให้กับเซลล์ที่มีปัญหา


การบำบัดเซลล์คืออะไร

การบำบัดเซลล์คือการบำรุงและรักษาเซลล์ที่แก่ เสื่อมสภาพ และเซลล์ที่ไม่แข็งแรง ให้มีความแข็งแรงและมีการสร้างเซลล์ใหม่มาทดแทนเซลล์เก่า ให้ร่างกายทำงานได้เป็นปกติ เพื่อให้ชีวิตโดยรวมดำรงอยู่ได้จนสิ้นอายุ ซึ่งวิธีการบำบัดเซลล์ได้ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นครั้งแรกที่ประเทศ Switzerland ในปี ค.ศ. 1911 โดยศาตราจารย์ Paul Niehans ผู้ศึกษาการเพิ่มปริมาณเนื้อเยื่อในมนุษย์ และการชะลอความเสื่อมของร่างกายโดยการฉีดเซลล์ ซึ่งถูกคัดเลือกจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไปยังร่างกายของมนุษย์ เพื่อที่จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของร่างกายและสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค และในปี ค.ศ. 1931 ศาสตราจารย์ Paul Niehans ได้ค้นพบว่า เซลล์ที่เหมือนกันจะเดินทางไปรักษาเซลล์ที่อยู่ในอวัยวะเดียวกัน จากความสำเร็จในการช่วยชีวิตคนไข้ที่ถูกตัดต่อมพาราไธรอยด์ ทำให้คนไข้อยู่ในภาวะวิกฤติ ชักเกร็ง ศาสตราจารย์ Paul Niehans ได้ใช้วิธีการฉีดเซลล์พาราไธรอยด์สดจากวัวเข้ากล้าม ผลที่ได้คือ คนไข้ปลอดภัยและมีอายุยืนยาวจนสิ้นอายุขัย

ทฤษฎีการบำบัดเซลล์ ซึ่งสามารถสรุปได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดโดย Paracelsus แพทย์ในศตวรรษที่ 16 กล่าวว่า “หัวใจรักษาด้วยหัวใจ, ปอดรักษาด้วยปอด, ม้ามรักษาด้วยม้าม ฉันใดฉันนั้น” ซึ่งตัวเขาเองและแพทย์หลายต่อหลายท่าน เชื่อว่าการรักษาทางนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการดูแลรักษาความเจ็บป่วย คือการใช้กลุ่มเนื้อเยื่อดีมาสร้างและปรับปรุงเซลล์ให้มีการทำงานที่ดีขึ้น และช่วยซ่อมแซมในส่วนที่อ่อนแอหรือเนื้อเยื่อที่สึกหรอด้วย ให้ร่างกายมีชีวิตชีวามากขึ้น

การบำบัดเซลล์ทำงานอย่างไร
จากการทดลองของนักชีววิทยาทางเซลล์ พบว่า เซลล์จากอวัยวะเพียง 1 เซลล์ ก็มีความสามารถเก็บข้อมูลที่มากพอสำหรับซ่อมแซมอวัยวะหรือต่อมทั้งต่อมได้ ผลการทดลองของนักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับหลักการทำงานของเซลล์ พบข้อเท็จจริง 3 ประการ ดังนี้

- สิ่งมีชีวิตที่อายุน้อย ย่อมมีพลังชีวิตสูงกว่าสิ่งมีชีวิตที่อายุมาก ดังนั้นเซลล์ตัวอ่อนจึงมีความสามารถในการกระตุ้นเซลล์ได้มากกว่าเซลล์ที่แก่กว่า
- ปฏิกิริยาการกระตุ้นเซลล์นั้นมีข้อจำกัดตามอวัยวะเป็นหลัก แต่ไม่จำกัดสายพันธุ์ หมายความว่า เซลล์ตับจะกระตุ้นเฉพาะเซลล์ตับ ไม่ว่าเซลล์นั้นจะมาจากสัตว์ชนิดใด
- มีการพิสูจน์แล้วว่า ร่างกายจะกำจัดเซลล์ที่ไม่ต้องการหรือไม่จำเป็นออกไปอย่างอัตโนมัติ โดยไม่เป็นอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น

ยังมีทฤษฎีที่น่าสนใจ 2 ทฤษฎี ที่อธิบายกระบวนการฟื้นฟูเซลล์ใหม่ของสิ่งมีชีวิต ดังนี้

ทฤษฎีที่ 1 ข้อมูลทางพันธุกรรมใน RNA และ DNA ของเซลล์ที่เสื่อมสภาพจะไม่สมบูรณ์ ซึ่งอาจเกิดจากช่องว่างหรือมีข้อมูลที่ผิดพลาดในเซลล์ ทำให้เซลล์ไม่สามารถแบ่่งตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เซลล์ที่เกิดใหม่จึงไม่สมบูรณ์ และไม่สามารถทำงานได้ดังที่ควรจะเป็น

ทฤษฎีที่ 2 อธิบายถึงการชราภาพของเซลล์ในแบบทฤษฎีแรกว่า เมื่ออายุมากขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานของเซลล์จะลดลง เมื่อได้รับเซลล์ใหม่เข้าสู่ร่างกาย เซลล์ใหม่เหล่านี้จะนำพาพลังชีวิต ส่วนประกอบทางชีวเคมี และเอนไซม์เข้มข้น เข้าไปกระตุ้นเซลล์เก่าให้เกิดการซ่อมแซมตัวเอง และมีพลังสามารถกลับมาทำงานเป็นปกติได้

Dr.Paul Niehans ผู้บุกเบิกการบำบัดเซลล์ได้พิสูจน์แล้วว่าการฉีดสารของเซลล์ จนกระทั่งเซลล์ต่างๆ ทั่วร่างกายได้รับและจับคู่กับเซลล์ที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น การฉีดเซลล์ตัวอ่อนของตับก็จะส่งผลไปยังเซลล์อื่นๆ ในตับ หรือเซลล์ตัวอ่อนของหัวใจก็จะถูกส่งต่อไปยังเซลล์อื่นๆ ในหัวใจ ฯลฯ โดยเซลล์ตัวอ่อนจะจับกับเซลล์อื่นๆ ในอวัยวะเดียวกัน และกระตุ้นให้เซลล์อื่นๆ แบ่งตัวขึ้นในเซลล์เก่า เกิดการสร้างขึ้นมาใหม่ ทำให้เซลล์เหล่านั้นทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ผลที่ตามมาคือ การฟื้นตัวของเซลล์ตัวอ่อนในอวัยวะแต่ละอวัยวะ ทำให้ร่างกายมีชีวิตชีวา มีพลังงานมากขึ้น แข็งแรงและอ่อนวัยขึ้น

ขั้นตอนการทำงานของเซลล์
ระยะการทำงานและผลของเซลล์บำบัดในแต่ละบุคคลจะแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยทางด้านสุขภาพของแต่ละท่าน อย่างไรก็ตาม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการบำบัดเซลล์ ได้แบ่งระยะการทำงานของเซลล์เป็น 3 ระยะ ดังนี้

ระยะขั้นที่ 1 ทันทีหลังจากการฉีดเซลล์ ส่วนประกอบต่างๆ ของเซลล์จะถูกดูดซึมและส่งต่อไปยังกระแสเลือด ผลลัพธ์ที่ได้จากการฉีดเซลล์นี้จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทำให้รู้สึกสดชื่น มีกำลังมากขึ้น กระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา ทั้งนี้ขึ้นกับลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล

ระยะขั้นที่ 2 ประมาณ 2 สัปดาห์หลังฉีดเซลล์ เป็นระยะของการแยกแยะกลุ่มเซลล์โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะมีการปรับตัว ซึ่งระยะนี้อาจส่งผลให้บางคนมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย มีอารมณ์ไม่คงที่ชั่วคราว

ระยะขั้นที่ 3 ระยะการเกิดใหม่ของเซลล์ ซึ่งจะเริ่มในระหว่าง สัปดาห์ที่ 3 และ 4 และต่อเนื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง 4-6 เดือน ระยะนี้จะเกิดการสร้างเซลล์ใหม่และการซ่อมแซมเซลล์ ทำให้อวัยวะในร่างกายได้รับการกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมตัวเอง ส่งผลให้สุขภาพโดยรวมแข็งแรงขึ้น ระบบการไหลเวียนโลหิตดี ผิวพรรณสดใส โดยเฉพาะในบุคคลที่ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยของร่างกาย แต่เข้ารับการบำบัดเพื่อจุดประสงค์ในการฟื้นฟู บำรุงสุขภาพ จะทำให้มีความเป็นหนุ่มเป็นสาว กระฉับกระเฉงมากขึ้น

ส่วนในบุคคลที่มีความเจ็บป่วย และได้รับการบำบัดอวัยวะที่เกี่ยวข้อง ระยะนี้ก็จะเริ่มเห็นผลชัดเจนขึ้น ระบบการทำงานของร่างกายจะดีขึ้น ซึ่งในระยะนี้ควรได้รับประทานอาหาร และอาหารเสริมบำรุงสุขภาพอย่างต่อเนื่องและเคร่งครัด เพื่อช่วยในการซ่อมแซมและบำรุงเซลล์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ผลที่ได้จากการบำบัด จะปรับปรุงและซ่อมแซมอวัยวะนั้นๆ และร่างกายโดยรวม ทั้งนี้ประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ และระยะเวลาการคงอยู่ ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตของคนไข้ การรับประทานอาหาร วิตามินและอาหารเสริม สภาพแวดล้อม และการดูแลร่างกายอย่างต่อเนื่อง

ทำไมจึงต้องใช้เซลล์บำบัด
เหตุผลหลักคือ การใช้สารเคมีและยาเพียงอย่างเดียวให้ผลการรักษาโดยระงับอาการที่เกิดขึ้น เมื่อหมดฤทธิ์ยา อาการเหล่านั้นก็อาจกลับมาเป็นใหม่ได้อีก สาเหตุจากการที่ผู้ป่วยมักจะต้องได้รับยาตลอดชีวิตในบางโรค และมีแนวโน้มในการเพิ่มขนาดของยามากขึ้น เช่น ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงได้รับยาขยายหลอดเลือดเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้นเรื่อยๆ

ในทางตรงกันข้ามการบำบัดด้วยเซลล์มีผลในระยะยาว เพราะมันจะไปกระตุ้นการรักษาและฟื้นฟูตัวเองของร่างกาย ดังนั้น ไม่เพียงแต่จะเป็นการรักษาอาการ แต่ยังรักษาที่สาเหตุของปัญหา กล่าวสั้นๆ การบำบัดด้วยเซลล์ก็คล้ายๆ กับการปลุกเซลล์ในร่างกายให้ตื่นขึ้นมาซ่อมแซมและฟื้นฟูรักษาตัวเอง

ในประเทศไทย มีคนไข้หลายรายได้รายงานว่า พวกเขาสุขภาพดีขึ้น แข็งแรงขึ้น สายตาดีขึ้น และหายจากอาการข้อต่อบวมเร็วขึ้น หลังได้รับการบำบัดด้วยเซลล์ต้นกำเนิด คนไข้บางคนที่อยู่ในวัยหมดประจำเดือนยังรายงานว่ากลับมามีประจำเดือนใหม่ ซึ่งเป็นผลจากการรักษา อีกหลายคนน้ำหนักลดลงเนื่องจากกระบวนการเผาผลาญที่ดีขึ้น

ปัญหาสุขภาพที่เหมาะกับการรักษาด้วยเซลล์
การผิดปกติของหัวใจ ไต ปอด กระเพาะปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก ระบบย่อยอาหาร
โรคเรื้อรังในระบบหลอดเลือด โครงกระดูกและข้อต่อ เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
การเสื่อมของข้อต่อหลายข้อต่อและกระดูกสันหลัง รูมาตอยด์เรื้อรัง และกระดูกพรุน
เบาหวาน (ประเภทที่ 2)
พัฒนาการบกพร่องในทารกและเด็ก, โรคทางพันธุกรรม
โรคสมองและกระดูกสันหลัง
โรคความจำเสื่อม อัลไซเมอร์
พาร์กินสัน
อัมพาต
โรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย
ไตเสื่อม
ภาวะไร้สมรรถภาพในเพศชาย
ภาวะหมดประจำเดือนในระยะเริ่มแรก อาการของวัยใกล้หมดประจำเดือน
การอักเสบเนื่องจากการติดเชื้อในระบบประสาท
โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ชา กระตุก
ไมเกรน
ไม่มีชีวิตชีวา
อ่อนเพลียเรื้อรัง
ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ


Loading...