Give us a Call
+6622772893
Send us a Message
Baac.contact@gmail.com
Opening Hours
Open Daily Until 8:00PM

ทำไมต้องตรวจสุขภาพประจำปี

หลายครั้งที่คุณอาจตั้งคำถามว่าทำไมต้องไปตรวจสุขภาพทุกๆ ปี ทั้งๆ ที่ร่างกายในปัจจุบันก็ยังแข็งแรงดี และบ่อยครั้งที่คุณอาจจะยังงงๆ และสงสัยว่าในการตรวจสุขภาพแต่ละครั้งจะต้องตรวจอะไรบ้างและควรเริ่มจากสิ่งใดบ้าง

การตรวจสุขภาพก็เหมือนกับการประเมินสภาพร่างกายของเราค่ะว่า ภายในร่างกายเรายังแข็งแรงอยู่หรือไม่ หรือมีความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตหรือเปล่า และหากตรวจพบว่ามีอาการบางอย่างที่ส่อเค้าว่าอาจพบโรคบางโรคในระยะเริ่มต้น เราจะได้เตรียมปรึกษาคุณหมอเพื่อดูแลและรักษาสุขภาพให้ห่างไกลโรคแต่เนิ่นๆ ส่วนข้อจำกัดในการเลือกว่าจะตรวจสภาพร่างกายลักษณะใดนั้น สามารถแบ่งองค์ประกอบโดยขึ้นอยู่กับอายุ เพศ และความเสี่ยงเป็นหลัก แต่สิ่งที่ควรคำนึงถึงการตรวจสภาพร่างกายมีหลายวิธี หากไม่มีข้อบ่งชี้ หรืออาการที่แสดงออกมาก็สมควรที่จะต้องเลือกการตรวจวิเคราะห์สภาพร่างกายบางอย่าง เพราะการตรวจบางประเภทนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย เช่น หากต้องทำ CT Scan ทั้งตัวเพื่อหามะเร็ง คุณอาจจะได้รับรังสีมากจนเกินไป ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งได้ซึ่งเป็นข้อควรระวัง

ที่ผ่านมามีหลายคนที่ตรวจสุขภาพเสร็จแล้ว แต่ไม่ทราบว่าต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือควรต้องระมัดระวังเรื่องอะไรบ้าง แสดงว่าคุณได้ประโยชน์แค่ครึ่งเดียว คือการค้นหาโรคที่อาจจะพบเจอจากการตรวจสุขภาพ แต่คุณยังไม่ได้ป้องกันตัวเองจากโรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นภายหลังถ้าคุณไม่พึงระวัง

ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนที่จะเลือกรายการตรวจ เราต้องพิจารณาความเสี่ยง อายุ และเพศเป็นสำคัญ

เรามาดูกันค่ะว่าหลักๆมีอะไรบ้าง

Complete Blood Count (CBC)
ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด คือการตรวจนับปริมาณเม็ดเลือดแดง รูปร่างของเม็ดเลือดแดง เพื่อบ่งชี้ภาวะของโลหิตจางและการตรวจนับเม็ดเลือดขาว เพื่อดูการติดเชื้อและภูมิต้านทานของร่างกาย รวมถึงการตรวจเกร็ดเลือดเพื่อดูความสามารถในการแข็งตัวของเลือดเมื่อเกิดบาดแผล

Glucose
เบาหวาน คือการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดเพื่อทำการคัดกรองกลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน และประเมินการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวาน

Hemoglobin A1C
คือการตรวจระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของเดือนที่ผ่านมาเพื่อคัดกรองโรคเบาหวานและประเมินการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วยเบาหวาน

Total Cholesterol
คือการตรวจวัดระดับไขมันในเลือดอย่างสมบูรณ์ของระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเส้นเลือดสมองและโรคความดันโลหิตสูง แบ่งเป็น

1) HDL-Cholesterol ไขมันชนิดดี ทำหน้าที่ป้องกัน LDL และ Cholesterol ไปสะสมที่เส้นเลือด

2) LDL-Cholesterol ไขมันชนิดไม่ดี ทำหน้าที่ควบคุมระดับไขมันในเลือดเพื่อป้องกันการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบ

3) Triglyceride ไตรกลีเซอไรด์ได้จากการสังเคราะห์ที่ตับ สาเหตุที่ทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูง ได้แก่ การไม่ออกกำลังกาย น้ำหนักตัวที่เกินมาตรฐาน การรับประทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตมากเกินไป

High Sensitivity C-Reactive Protein
คือการตรวจเพื่อบอกถึงค่าความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ

1) Exercise Stress Echocardiography การตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพานจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด และ

2) Echocardiogram เพื่อดูโครงสร้างของหัวใจพร้อมทั้งลิ้นหัวใจ การบีบเลือดออกจากหัวใจ ทั้งก่อนและหลังการเดินสายพาน

ทำให้สามารถวินิจฉัยความผิดปกติของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงแขนขา ซึ่งจะบอกถึงความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจในอนาคตได้

Uric Acid
คือการตรวจวัดระดับยูริกในเลือดที่สูงกว่ามาตรฐานของโรคเก๊าท์ โรคนิ่วในไต ส่วนสาเหตุที่ทำให้ระดับยูริกสูงขึ้ นอาจเกิดจากการบริโภคอาหารที่มีพิวรีนสูง ได้แก่ สัตว์ปีก เครื่องในสัตว์ ผักบางชนิด เช่น แตงกวา หน่อไม้ฝรั่ง ยอดผัก

Blood Urea Nitrogen (BUN)
คือการตรวจการทำงานของไต วัดระดับปริมาณของเสียที่ร่างกายปกติจะสามารถขับออกไปได้ หากคุณมีโรคไตจะทำให้มีการคั่งของ Creatinine ในร่างกาย ซึ่งเป็นสารที่บ่งบอกถึงการทำงานของไต

Serum Glutamic Oxaloacetic Transaminase (SGOT/AST)
คือการตรวจการทำงานของตับ เอนไซม์ ที่พบได้จากเนื้อเยื่อของอวัยวะหลายชนิดได้แก่ หัวใจ กล้ามเนื้อ สมอง ตับอ่อน ม้ามและไต ซึ่งจะสูงขึ้นผิดปกติ เมื่อมีการบาดเจ็บหรือการอักเสบของอวัยวะ อันเนื่องมาจากการรับประทานยาบางชนิด หรือการบาดเจ็บของกระดูก เป็นต้น

การตรวจหาไวรัสตับอักเสบ
1) ไวรัสตับอักเสบบี การตรวจหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ทำได้โดยการตรวจ Hepatitis B Surface Antigen (HbsAg) และทำการตรวจหาภูมิคุ้มกันเชื้อไวรัสตับอักเสบบี โดยการตรวจ Hepatitis B Surface Antibody (Anti-HBs) สำหรับผู้ที่ไม่เป็นพาหะของเชื้อไวรัสตับอักเสบบีแต่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี

2) ไวรัสตับอักเสบเอ สามารถติดต่อได้จากการปนเปื้อนของเชื้อในอาหาร ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ซึ่งสามารถทำการตรวจหาภูมิคุ้มกันสำหรับเชื้อไวรัส ตับอักเสบเอได้ โดยการตรวจ HAV LgG ซึ่งหากไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเอ

3) ไวรัสตับอักเสบซี การตรวจสำหรับไวรัสตับอักเสบซีเป็นการตรวจว่ามีการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีหรือไม่ โดยการตรวจ Anti HCV ถ้าตรวจพบว่าเป็น Positive แสดงว่ามีการติดเชื้อ หรือเป็นพาหะไวรัสตับอักเสบซี ต้องพบแพทย์เพื่อรักษาต่อไป

การตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็ง Tumor Marker
1) Alpha-fetoprotein (AF) เป็นการตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งตับ ซึ่งถ้าหากพบว่าสูงกว่าค่ามาตรฐานก็ควรจะต้องทำการตรวจโดยละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคตับเพื่อยืนยันอีกครั้ง แต่อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจ AFP อาจสูงขึ้นกว่าปกติได้เล็กน้อยในผู้ป่วยตับอักเสบเรื้อรัง

2) Carcinoembrionic Antigen (CEA) เป็นการตรวจเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ อาจพบว่าสูงขึ้นได้ในผู้ป่วยมะเร็ง ปอด ตับ ตับอ่อน และสามารถพบได้ในผู้ที่สูบบุหรี่จัดมาเป็นเวลานาน ภาวะตับแข็ง หากพบว่าสูงกว่าค่ามาตรฐานต้องทำการตรวจโดยละเอียด เช่น การส่องกล้องตรวจลำไส้ เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

3) Prostate Specific Antigen (PSA) เป็นการตรวจคัดกรองสำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก อาจจะพบว่าสูงกว่าปกติได้ในผู้ป่วยที่มีต่อมลูกหมากโต ควรจะทำการตรวจ PSA ในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี และควรทำการตรวจเป็นประจำทุกปี

4) CA125 เป็นการตรวจคัดกรองสำหรับมะเร็งรังไข่ และอาจพบว่าสูงขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีถุงน้ำที่รังไข่ ก้อนเนื้อที่รังไข่หรือมีการอักเสบในอุ้งเชิงกราน ซึ่งถ้าหากพบว่ามีค่าสูงกว่ามาตรฐานควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง ส่วนล่าง หรือการส่องกล้องเพื่อตรวจภายในช่องท้อง

5) CA15-3 เป็นการตรวจคัดกรองสำหรับมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตาม การตรวจมะเร็งที่ได้ผลดีและเป็นที่น่าเชื่อถือมากกว่าคือการตรวจเอ็กซเรย์และอัลตราซาวน์เต้านม (Mammogram)

6) CA19-9 เป็นการตรวจคัดกรองสำหรับมะเร็งตับอ่อนและทางเดินอาหาร หากพบว่าสูงกว่ามาตรฐานควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารเพื่อทำการตรวจเพิ่มเติม

Urine Examination
การตรวจปัสสาวะเป็นการตรวจเพื่อดูการทำงานของไตและระบบทางเดินปัสสาวะเพิ่ม ตั้งแต่การตรวจสี ความใส ความเป็นกรด ด่าง และการตรวจหาสารต่างๆ ที่จะปนมาในปัสสาวะ

Stool Occult Blood
การตรวจคัดกรองการเกิดมะเร็งลำไส้ มีส่วนช่วยในการวินิจฉัยมะเร็งลำไส้ตั้งแต่ระยะแรก และหากพบว่ามีเลือดปนในอุจจาระต้องทำการตรวจเพิ่มเติมโดยการส่องกล้องเพื่อตรวจทางเดินอาหารโดยละเอียด

Chest X-Ray
การตรวจเอ็กซเรย์ปอดเพื่อดูว่ามีก้อนหรือจุดผิดปกติในปอด และสามารถดูขนาดของหัวใจได้ แต่สำหรับมะเร็งปอด การตรวจเอ็กซเรย์ปอดบางครั้งก็บอกไม่ได้ มาตรวจเดือนนี้ไม่พบ แต่อีกสามเดือนมาตรวจอีกแล้วเจอก็เป็นได้

Ultrasound Whole Abdomen
การตรวจอัลตราซาวน์ช่องท้อง ถ้าเป็นช่องท้องส่วนบนจะดูตับ ไต ตับอ่อน ถุงน้ำดี ม้าม เส้นเลือดแดงใหญ่ว่ ามีก้อนติ่งเนื้อหรือนิ่วบ้างหรือไม่ และถ้าเป็นช่องท้องส่วนล่างก็จะดูกระเพาะปัสสาวะ คุณผู้หญิงก็จะสามารถเห็นมดลูก รังไข่ ส่วนคุณผู้ชายก็จะสามารถดูต่อมลูกหมากได้

ข้อดีของการตรวจสุขภาพประจำปีนั้นสามารถป้องกันโรคได้ และค้นหาโรคตั้งแต่ระยะแรกและสุดท้าย เพื่อนำผลข้อมูลที่ได้ของคุณมาปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเดิมๆ ให้มีสุขภาพและร่างกายที่แข็งแรงขึ้นโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการตรวจซ้ำไปซ้ำมาจนเกินความจำเป็น

ที่มา : http://web.sut.ac.th

Loading...