Give us a Call
+6622772893
Send us a Message
Baac.contact@gmail.com
Opening Hours
Open Daily Until 8:00PM

คุณรู้จัก “เทศกาลกินเจ” ดีแค่ไหน?

#คุณรู้จัก “เทศกาลกินเจ” ดีแค่ไหน?
#เทศกาลกินเจ #กินเจ

🤗ไม่ว่าจะกี่ปี กี่ปี..เราก็ยังเห็นวัฒนธรรมของคนไทยเราส่งเสริมการกินเจ ที่มีประเพณีดั่งเดิมมาจากประเทศจีน ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เมนูอาหารเจก็ถูกดัดแปลงไปตามกาลเวลาเพื่อให้เข้ากับรสนิยมของคนรุ่นใหม่มากขึ้น

📆 ในปีนี้เทศกาลกินเจประจำปี2561 ตรงกับวันที่ 9-17 ตุลาคม 2561 เรามารับชมข้อมูลเชิงรึกลึกที่วันนี้ BAAC จัดหนักจัดเต็ม ได้รู้จักกันอย่างไรเข้าใจ ให้ได้รู้จักและเข้าใจกับเทศกาลกินเจกันมากขึ้นจะเป็นอย่างไรนั้น คลิกรับชมภาพถัดไปได้เลยค่ะ

   คำไทยเรานิยมเรียกว่า "เจ" โดยมาจากคำจีนว่า 齊 แปลว่า บริบูรณ์ เรียบร้อย มีความหมายว่าบริสุทธิ์ เพื่อการสักการะ เพื่อการบูชา ไทยเชิงสัญลักษณ์จะหมายถึงว่า ร้านขายอาหารร้านนี้ไม่มีของคาว มักจะเขียนด้วยตัวอักษีอักษรสีแดงบนพื้นสีเหลือง เพราะชาวจีนถือว่าสีแดงเป็นสีแห่งความเป็นศิริมงคลสิริมงคล และสีเหลืองคือสีของผู้ทรงศีล ดังนั้นกาการนำธงเจมาใช้เป็นสัญลักษณ์ในช่วงเทศกาลกินเจ จึงเป็นการแสดงออกถึง การรักษาศีล เจริญเมตตาธรรม และศิริมงคลสิริมงคล

ดั้งเดิมคำว่า "อาหารเจ" นั้นจะต้องเป็นอาหารที่ปรุงขึ้นมาจากพืชผัก ด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ปรุงแต่งใดๆ หากคนที่ทานเจแท้จริงแล้วนั้น อาหารมักจะจืด ไม่อร่อย แต่ในปัจจุบันมีการปรับปรุงรสชาติ ให้มีความหลากหลาย มีอาหารหลายประเภทให้เลือกทาน จึงเหมาะกับผู้ที่เริ่มทานเจ และผู้ที่อยากจะทดลองทานเจเป็นระยะเวลานานๆ ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป
Cr. honestdocs.com

จุดมุ่งหมายของเทศกาลกินเจ ที่เราควรทราบไว้ คือ
1. กินเจเพื่อสุขภาพ เพราะอาหารเจถือเป็นอาหารชีวจิต เป็นอาหาร Detox สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้ ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกายมีประสิทธิภาพ เพราะกากใยจากพืชผักนั้นมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ต้องระวังเรื่องของไขมัน ของทอททอด น้ำมันที่ใช้ประกอบอาหารด้ว
2. กินเจให้ได้เมตตา เพราะคนที่กินเจจะไม่ต้องกินเนื้อสัตว์ ไม่เบียดเบียนเพื่อร่วมโลก ทำให้จิตใจมีเมตตา มีคุณธรรม เกิดความรักตัวกลัวตาย ตระหนักถึงการทานเนื้อจากสิ่งมีชีวิต
3. กินเจเพื่อละเว้นกรรม เพราะการทานเนื้อสัตว์ ถึงแม้เราจะไม่ได้เป็นผู้ฆ่าเอง แต่การจ้างให้ผู้อื่นฆ่า หรือการซื้อจากผู้อื่น ก็ถือเป็นกรรม เป็นบ่อเกิดแห่งโรคภัยไข้เจ็บ

ข้อห้าม คนกินเจ

        เทศกาลกินเจ ถือเป็นช่วงถือศีล เป็นเวลา 9 วันติดต่อกัน ในคนปกติอาจจะต้องใช้ความอดทนอย่างมาก ซึ่งเทศกาลกินเจนั้นมี “ข้อห้าม” หลายอย่างนอกจากการงบงดกินเนื้อสัตว์ ยังมีสิ่งที่ต้องปฏิบัติให้ได้ที่ต้องทำให้ได้ดังนี้
1. ห้ามกินผักฉุน 5 ชนิดตามที่กล่าวไป คือ กระเทียม, หัวหอม, หลักเกียว, คื่นฉ่าย และใบยาสูบ
2. ห้ามดื่มสุรา ของมึนเมา รวมไปถึงเบียร์ทุกชนิด
3. ห้ามพูดคำหยาบ ห้ามพูกโกหก
4. ละเว้นการฆ่าสัตว์ทุกชนิด
5. ห้ามทานอาหารที่มีส่วนผสมของเนื้อสัตว์ เช่น ไข่ เนย นม ไขมันสัตว์ เลือด ฯลฯ
6. ถ้วยชามระหว่างอาหารเจ และอาหารอื่นๆ จะต้องไม่ปนกัน
7. ห้ามกินอาหารที่คนปรุงไม่ได้ถือศีลกินเจ
8. ห้ามกินอาหารรสจัด
9. ห้ามดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง (ในโรงทานมันจะมีการจุดตะเกียง 9 ดวง ทั้งวันทั้งคืน ติดต่อกันนาน 9 วัน ในช่วงเทศกาลกินเจ)

กินเจมีประโยชน์อย่างไร

การทานอาหารเจ ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนาน ก็ทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัว มีประโยชน์มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น 
1. อวัยวะสำคัญในร่างหายกาย ทำงานได้เป็นปกติสมบูรณ์ เพราะการงดกินผักฉุนทั้ง 5 ชนิด ได้แก่ หัวใจ ตับ ม้าม ปอด ส่งผลให้อวัยวะข้างเคียงทำงานดีขึ้นคือ กระเพาะอาหาร ถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะ ลำไส้ใหญ่ และลำไส้เล็ก
2. ร่างกายทนทานต่อสารพิษ เพราะคนที่ทานเจนานๆ มักพบการเกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบขับถ่ายน้อยกว่าคนทานเนื้อสัตว์ เช่นลดการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ริดสีดวงทวาร อาหารไม่ย่อย และมะเร็งกระเพาะอาหาร
3. ระบบขับถ่ายดีขึ้น เพราะกากใยอาหารในพืชผัก จะช่วยให้สามารถขับถ่ายของเสียออกมาได้อีดีขึ้น และทำให้ระบบการย่อยอาหารเป็นกติ ปกติ
4. ผิวพรรณสดชื่นผ่องใส เพราะเลือดจะถูกฟอกให้สะอาด เซลล์ในร่างกายเสื่อสภาพเสื่อมสภาพช้าลง ร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดี
5. ผู้ที่กินเจ มักจะมีความเมตตา ใจเย็น อารมอารมณ์สุขุม โมโหยาก

“เจ” กับ “มังสวิรัติ” ต่างกันอย่างไร

💢“เจ” กับ “มังสวิรัติ” ต่างกันอย่างไร💢
#การกินเจ #อาหารเจ #มังสวิรัติ

แยกกันออกไหมคะ..ระหว่าง “เจ” กับ “มังสวิรัติ” แตกต่างกันอย่างไร วันนี้ BAAC มีข้อมูลดีๆมากฝากกันค่ะ

“อาหารมังสวิรัติ” คือ อาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์เป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกับอาหารเจ แต่หากเป็นมังสวิรัตินั้น สามารถนำผักทุกชนิดมาประกอบอาหารได้ แต่อาหารเจ ต้องงดเว้นผักฉุน 5 ประเภท (ดังที่กล่าวมาแล้ว) รวมทั้งของเสพติดทุกชนิด และยังคงต้องประพฤติศีลถือศีลปฏิบัติธรรมร่วมด้วย จึงจะเป็นการ ถือศีล-กินเจ ที่แท้จริง ในขณะที่มังสวิรัติ หมายรวมถึงการไม่รับประทานเนื้อสัตว์เท่านั้น

“การกินเจ”     นอกจากจะตั้งอยู่บนพื้นฐานของการสร้างบุญกุศลด้วยการลด ละ เลิก เพื่อชีวิตแล้ว ในแง่ของสุขภาพร่างกายก็พลอยได้รับประโยชน์ร่วมด้วย เพราะถือเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ร่างกายมีโอกาสพักผ่อน จากการย่อยอาหารประเภทที่ย่อยยากทั้งหลาย

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ...เริ่มแยกแยะออกแล้วใช่ไหมว่า “เจ” กับ “มังสวิรัติ” ต่างกันอย่างไร
Bangkok Anti Aging Center (BAAC)
โทร 02 277 2893-4
Line : @baac
IG : baac_center
#BAAC #สุขภาพดีกับBAAC

“นอนหลับ” อย่างมีคุณภาพ

“นอนหลับ” อย่างมีคุณภาพ
#นอนหลับอย่างมีคุณภาพ #การนอน

    ปัญหาการนอนไม่หลับเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากที่สุดเรียกได้ว่า ทุกคนเคยประสบกันปัญหานี้ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามล้วนส่งผลต่อสุขภาพเราโดยตรง เรามารู้จักกับการนอนอย่างมีคุณภาพ
สำหรับความหมายของการนอนอย่างมีคุณภาพนั้น คือ การนอนหลับอย่างเพียงพอวันละ 6-8 ชม. หลับได้ลึก และสามารถเข้าสู่ระยะ REM Sleep ได้ รวมถึงการหลับได้ครบทุกระยะของการนอน ตามรูปแบบการนอนหลับในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งส่งผลให้ตื่นเช้ามาด้วยความรู้สึกตื่นตัว กระฉับกระเฉง อารมณ์ดี และที่สำคัญคือ จะส่งเสริมให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง และอัลไซเมอร์ เป็นต้น 
เคยสังเกตตนเองหรือไม่!...ว่าเคยนอนหลับอย่างมีคุณภาพบ้างหรือปล่าว???


Bangkok Anti Aging Center (BAAC) 
โทร 02 277 2893-4
Line : @baac
IG : baac_center
#BAAC #สุขภาพดีกับBAAC

วิธีการดูแลตนเองเบื้อนต้น ป้องกันข้อเข่าเสื่อม

        เราอาจลืมสนใจในการดูแลอวัยวะที่สำคัญมากๆ อย่าง “ข้อ-เข่า” ไปบ้าง แต่หลายคนไม่สนใจว่าอาหารแบบไหนจะเสริมหรือทำร้ายข้อต่อและกระดูกหรือมีไลฟ์สไตล์ที่เสี่ยงต่อการเป็น โรคข้อเสื่อม ถึงแม้ส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วย ฟื้นฟูข้อต่อและกระดูก ให้แข็งแรงคือ “อาหารการกิน” แต่เราก็ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตควบคู่กันไปด้วย มาเรียนรู้เคล็ดลับการดูแลตนเองเพื่อป้องกันปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อและกระดูกต่าง ๆ ให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม จะมีอะไรบ้าง ติดตามกันคะ

1. เสริม แคลเซียม ให้เพียงพอ

       แคลเซียม เป็นแร่ธาตุที่สำคัญมากที่สุดในการบำรุงกระดูก ซึ่งผู้ใหญ่ควรได้แคลเซียม1,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะแคลเซียมจะรักษากระดูกให้แข็งแรงและป้องกันไม่ให้กระดูกหักง่าย สำหรับผู้สูงอายุควรได้รับแคลเซียมที่มากกว่าเดิม โดยผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไปและผู้หญิงอายุ 70 ปีขึ้นไป ร่างกายจะต้องการแคลเซียม 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน สามารถเสริมแคลเซียมให้ร่างกายด้วยอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น นม บร็อคโคลี ปลาแซลมอน ผักใบเขียว ถั่วเหลืองและชีส

2.  เติม วิตามิน ให้ร่างกาย

        ร่างกายของเราควรได้รับวิตามินดีอย่างน้อย 600 หน่วยสากลต่อวัน โดยวัยรุ่นและผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีสามารถได้รับวิตามินดีถึง 4,000 ไอยูต่อวัน วิธีง่าย ๆ คือออกไปรับแสงแดด แต่ขอเป็นแค่ช่วงเช้าที่ไม่ทำร้ายผิวจนไหม้นะคะ เราอาจจะต้องดูด้วยว่าเราอยู่ที่ไหน ถ้าแสงแดดประเทศไทยก็ต้องระวังสักนิดนึงค่ะ เพราะ 9 โมงเช้าผิวก็อาจเบิร์นได้แล้ว แต่ถ้าเราถูกแดดไม่ได้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีได้รับวิตามินดีทางอื่น เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ

3. แมงกานีส สังกะสี และทองแดง ของมันต้องมี

       อาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่าง โปรตีนไขมันต่ำ ธัญพืชเต็มเมล็ด ผักและผลไม้ เป็นอาหารที่ควรรับประทานทุกวัน เพราะอาหารเหล่านี้จะมีแร่ธาตุที่พบในกระดูกค่ะ เพราะฉะนั้นในแต่ละวันควรมีอาหารเหล่านี้ อาหารที่มีแมงกานีสสูงได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง หอย ช็อกโกแลตดำ ถั่วเหลือง และเมล็ดทานตะวัน อาหารที่มีสังกะสีสูง คือ เนื้อวัว หอย และถั่วลิสง และสุดท้ายคือทองแดง จะพบในปลาหมึก ล็อบสเตอร์ มะเขือเทศตากแห้ง และหอยนางรมค่ะ

4. ดื่มน้ำสะอาด

       น้ำสะอาด  เป็นยาวิเศษของร่างกายค่ะ เพราะร่างกายต้องการน้ำมาหล่อเลี้ยงเพื่อให้ทำงานได้ตามปกติ น้ำมีประโยชน์ต่อร่างกายทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอวัยวะและข้อต่อต่าง ๆ และมีผลการศึกษาว่าดื่มน้ำช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนได้ ซึ่งปริมาณน้ำที่เราต้องการโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงควรดื่มน้ำเก้าถ้วยต่อวัน ส่วนผู้ชายควรดื่มน้ำ 13 แก้วต่อวัน การดื่มน้ำก็คือดื่มตลอดทั้งวันอย่าให้ร่างกายขาดน้ำค่ะ และน้ำสะอาดนี่แหละ ดีที่สุด

 

 

รู้เคล็ดลับๆดีแบบนี้แล้ว อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์บอกต่อเรื่องราวสุขภาพดีๆกับคนรอบข้างและคนที่คุณรักนะคะ

Bangkok Anti Aging Center (BAAC) 
โทร 02 277 2893-4
Line : @baac
IG : baac_center
#BAAC #สุขภาพดีกับBAAC

บริษัทบางกอกยีนส์ ร่วมกับ BAAC จัดเสวนาพูดคุยในหัวข้อ “ไขรหัสลับพันธุกรรม ชี้นำสุขภาพ”

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทบางกอกยีนส์ ร่วมกับ BAAC จัดเสวนาพูดคุยในหัวข้อ “ไขรหัสลับพันธุกรรม ชี้นำสุขภาพ” ขึ้นที่ the emerald hotel โดยได้รับเกียรติจาก อ.แพทย์ชื่อดัง หมอบัญชา แดงเนียม มาไขทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับ DNA ยีนส์ ของผู้ร่วมงาน กว่า 200 ท่าน

อีกทั้งยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษ คุณแก้ว อภิรดี ดารานักแสดงชื่อดัง ที่พิถีพิถันในการดูแลตัวเองอย่างมากมาแชร์ประสบการณ์การ การตรวจ DNA เพื่อเป็นคู่มือสุขภาพให้กับตนเองอีกด้วย

ปิดท้ายด้วยกิจกรรม lucky draw รวมมูลค่ากว่าห้าแสนบาท กิจกรรมดีๆ อย่างนี้ ทาง Bangkok anti aging center มีมาให้แฟนเพจ Facebook และคุณลูกค้าอยู่เสมอ ไม่อยากพลาดอย่างลืมติดดาวที่เพจกันนะคะ

Loading...